อบรมการใช้งาน ClickNext AI Desktop – Clicknext Agent โดยทีม IT

Clicknext Agent: เมื่อทั้งออฟฟิศเปิด AI ตัวเดียวกัน แล้วเริ่มทำงานได้ทันที
ในหนึ่งวันทำงาน เราสลับเครื่องมือกี่ครั้ง? เปิดเอกสารเพื่อหาคำตอบ เปิดโปรแกรมเขียนโค้ด เปิดอีกตัวเพื่อทำสไลด์ แล้วยังต้องทำงานซ้ำ ๆ ด้วยมืออีก Session นี้ทีม IT จึงชวน Clicknexter มาลองใช้ Clicknext Agent เครื่องมือ AI ที่รวมงานเหล่านั้นไว้ในที่เดียว
Clicknext Agent คืออะไร?
Clicknext Agent คือเครื่องมือ AI ที่ Clicknext พัฒนาขึ้นให้พนักงานภายในใช้ทำงานจริง ผ่านแอป ClickNext AI Desktop แนวคิดหลักสะท้อนอยู่ในประโยคบนหน้าเว็บของเครื่องมือว่า "ทุกความคิด เป็นโค้ดที่ทำงานจริง — Make it happen." คือผู้ใช้สั่งงานด้วยภาษาของตัวเอง แล้วให้ Agent ช่วยวิเคราะห์และลงมือทำต่อ จุดเด่นคือไม่ได้จำกัดอยู่แค่งานเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่การถาม-ตอบ การแก้โค้ด การออกแบบสไลด์และเว็บไซต์ ไปจนถึงการสร้างโฟลว์การทำงานอัตโนมัติ โดยแบ่งการใช้งานออกเป็นโหมดตามลักษณะงาน ได้แก่ Chat, Code, Design และ Flow ทำให้พนักงานแต่ละทีมเลือกใช้ได้ตรงกับงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสายเทคนิคหรือสายธุรกิจ
ทำไมเครื่องมือ AI สำหรับองค์กรจึงสำคัญในปี 2026
วันนี้ AI ไม่ได้เป็นเรื่องของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป งานเอกสาร งานขาย งานการตลาด งานออกแบบ ล้วนมีส่วนที่ AI ช่วยลดเวลาได้ แต่ความท้าทายขององค์กรคือการทำให้ทุกคนใช้เครื่องมือในทิศทางเดียวกัน แทนที่ต่างคนต่างใช้เครื่องมือคนละตัว ซึ่งยากต่อการแชร์วิธีทำงานและดูแลข้อมูลขององค์กร การมีเครื่องมือกลางที่องค์กรพัฒนาขึ้นเอง จึงช่วยให้ทีมเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน แลกเปลี่ยนเทคนิคกันได้ง่าย และต่อยอดเข้ากับงานภายในได้ตรงจุดมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่การอบรมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแค่ "รู้จัก" เครื่องมือ แต่มุ่งให้ทุกคน "ใช้เป็น" กับงานของตัวเอง

บรรยากาศในห้องอบรม: เปิดเครื่อง แล้วลงมือทำไปพร้อมกัน
ห้องอบรมวันนั้นเต็มไปด้วย Clicknexter จากหลายทีม ทุกคนเปิด laptop ของตัวเองตั้งแต่ต้น Session โดยทีม IT นำเสนอผ่านสไลด์คู่กับการสาธิตบนหน้าจอจริง ผู้เข้าร่วมทำตามไปทีละขั้น ตั้งแต่การเข้าหน้าเว็บของ Clicknext Agent ไปจนถึงการทดลองสั่งงาน Agent ด้วยโจทย์ของตัวเอง
สิ่งที่ทำให้ Session นี้ต่างจากการนั่งฟังบรรยายทั่วไป คือทีม IT หลายคนเดินดูตามโต๊ะ ช่วยตอบคำถามและแก้ปัญหาแบบตัวต่อตัว ใครติดตรงไหนก็ได้คำตอบทันที หลายโต๊ะเกิดการรวมกลุ่มเล็ก ๆ ชี้หน้าจอกัน แลกเปลี่ยนว่าแต่ละคนลองสั่งงานแบบไหนแล้วได้ผลอย่างไร ทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นทั้งจากวิทยากรและจากเพื่อนร่วมงาน
เจาะลึกโหมด CODE (Clicknext IDE)
หนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจคือโหมด Code หรือ Clicknext IDE ซึ่งออกแบบมาสำหรับทำงานกับโปรเจกต์ซอฟต์แวร์โดยตรง ทีม IT สรุปความสามารถหลักไว้ 4 ด้าน
- จัดการไฟล์ในโปรเจกต์ เลือกโฟลเดอร์ เปิดหลายไฟล์ สร้างและแก้ไขไฟล์ได้แบบ IDE
- สั่งงานจาก Agent สั่งงานได้ตามบริบทของโฟลเดอร์ที่เลือก Agent จึงเข้าใจว่ากำลังทำงานกับโปรเจกต์ไหน
- มี Terminal ในตัว ติดตั้งแพ็กเกจและรันคำสั่งได้ผ่าน IDE โดยไม่ต้องสลับโปรแกรม
- ดูประวัติการแก้ไขและย้อนกลับ ตรวจสอบสิ่งที่ถูกแก้และย้อนกลับได้ตลอดเวลา
ข้อสุดท้ายถือเป็นเรื่องสำคัญมากเมื่อทำงานร่วมกับ AI เพราะทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าทุกการเปลี่ยนแปลงตรวจสอบได้ และแก้กลับได้หากผลลัพธ์ยังไม่ตรงกับที่ต้องการ

ไม่ใช่แค่สายโค้ด: ถาม-ตอบ ออกแบบ และสร้างโฟลว์
นอกจากโหมด Code แล้ว Clicknext Agent ยังรองรับงานของทีมอื่น ๆ ด้วย โหมด Chat ใช้ถาม-ตอบและสรุปข้อมูล เช่น ให้ Agent อ่านเอกสารยาว ๆ แล้วสรุปประเด็นสำคัญ ส่วนโหมด Design ช่วยออกแบบสไลด์และเว็บไซต์ และโหมด Flow ใช้สร้างโฟลว์การทำงานอัตโนมัติ เมื่อรวมทั้งหมดไว้ในแอปเดียว พนักงานจึงเริ่มงานได้จากจุดเดียว ไม่ต้องย้ายข้อมูลไปมาระหว่างหลายเครื่องมือ
จะเริ่มต้นใช้ให้ได้ผลอย่างไร
เครื่องมือที่ดีจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อถูกใช้กับงานจริง ข้อแนะนำสำหรับการเริ่มต้นคือ เลือกงานที่ทำซ้ำบ่อยในแต่ละวันมาลองก่อน สั่งงานให้ชัดเจนพร้อมบริบทที่จำเป็น และตรวจสอบผลลัพธ์ทุกครั้งก่อนนำไปใช้ เพราะ AI เป็นผู้ช่วยที่ทำงานได้เร็ว แต่การตัดสินใจและความรับผิดชอบต่อผลงานยังเป็นของคนทำงาน การใช้ฟีเจอร์อย่างประวัติการแก้ไขและการย้อนกลับ จะช่วยให้ทดลองได้อย่างมั่นใจโดยไม่กลัวงานเสียหาย

สรุป
ที่ Clicknext เราเชื่อว่าการปรับตัวในยุค AI เริ่มจากการให้ทุกคนในองค์กรได้ลงมือใช้จริง ไม่ใช่เพียงรู้จัก การอบรม Clicknext Agent ครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ร่วมกัน ที่ทีม IT และ Clicknexter ทุกคนเติบโตไปพร้อมกัน ขอขอบคุณทีม IT ที่ถ่ายทอดความรู้และดูแลทุกคนอย่างใกล้ชิด และขอบคุณ Clicknexter ทุกคนที่มาร่วมเรียนรู้ แล้วพบกันใหม่ใน Session ต่อไป


