Huawei Connect 2026 Shanghai — Advancing the Agentic World (Clicknext ร่วมงาน 17 ก.ย. 2569)

เมื่อ AI เลิกเป็นแค่ผู้ช่วย และเริ่มลงมือทำงานแทนคนจริง
วันที่ 17 กันยายน 2569 "พี่วิน" คุณศุภยศ ศิริจำรูญวิทย์ CEO ของ Clicknext พร้อมด้วย "พี่กิ่ง" คุณเจษฎากร พานิช DevOps Engineering Manager เดินทางไปร่วมงาน Huawei Connect 2026 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน งานประจำปีที่ Huawei ใช้ประกาศทิศทางของตัวเองต่อลูกค้าและพาร์ทเนอร์ทั่วโลก ปีนี้จัดระหว่างวันที่ 17 ถึง 19 กันยายน ที่ Shanghai World Expo Exhibition & Convention Center และ Shanghai Expo Center มีผู้เข้าร่วมราว 25,000 คน พื้นที่จัดแสดงประมาณ 22,000 ตารางเมตร พร้อมเวที Summit 19 เวที และ session ย่อยอีกกว่า 60 หัวข้อ

ธีมของปีนี้คือ Advancing the Agentic World ซึ่งเป็นการเปลี่ยนคำที่มีความหมาย ถ้าไล่ดูธีมย้อนหลังจะเห็นเส้นทางชัดเจน จากยุคที่พูดเรื่อง Cloud ในช่วงปี 2016 ถึง 2017 มาสู่ยุค Intelligence และ Industries แล้วมาถึงปีนี้ที่คำว่า Agentic ถูกยกขึ้นเป็นหัวเรื่องหลัก ความหมายคืออุตสาหกรรมกำลังขยับจากการใช้ AI เป็นเครื่องมือตอบคำถาม ไปสู่การให้ AI รับงานเป็นชิ้น ๆ แล้วทำจนจบในกระบวนการผลิตจริง
Agentic AI ต่างจาก AI ที่องค์กรใช้อยู่อย่างไร
AI แบบที่องค์กรส่วนใหญ่คุ้นเคยคือการถามแล้วตอบ คนเป็นผู้ตัดสินใจและลงมือทำทุกขั้น ส่วน Agentic AI คือระบบที่รับเป้าหมายไป แล้ววางลำดับงาน เรียกใช้เครื่องมือหรือระบบอื่น ตรวจผลลัพธ์ และวนแก้จนได้ผลตามที่กำหนด โดยคนเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือมาเป็นผู้กำกับและอนุมัติ
ความต่างนี้ฟังดูเล็ก แต่ผลกระทบต่อการออกแบบระบบใหญ่มาก เพราะเมื่อ AI ต้องลงมือทำจริง มันต้องเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านได้ ต้องมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลในระดับที่เหมาะสม ต้องมีร่องรอยให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าตัดสินใจอะไรไปบ้าง และต้องมีจุดที่คนเข้ามาหยุดหรือแก้ไขได้เสมอ งานเหล่านี้ไม่ใช่งานโมเดล แต่เป็นงานสถาปัตยกรรมระบบและงานดูแลระบบทั้งหมด
สิ่งที่เห็นบนเวที รากฐานสำคัญกว่าตัวโมเดล
Keynote วันแรกโดย David Wang ตำแหน่ง Rotating Chairman ของ Huawei ใช้หัวข้อว่า Leading Agentic AI Infrastructure Innovation to Enable a New Intelligent Future ซึ่งสะท้อนจุดยืนชัดเจนว่าสิ่งที่บริษัทเลือกลงแรงคือชั้นโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งฝั่งประมวลผล เครือข่าย และสตอเรจ ที่ต้องรองรับปริมาณงานของ AI ที่ทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนที่มีคนพิมพ์คำถามเข้าไป
บนจอมีสไลด์ที่สรุปภาพรวมว่าเป็น A computing foundation for the agentic era ซึ่งวางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ชั้นเครือข่ายและสตอเรจ ไล่ขึ้นไปจนถึงชั้นซอฟต์แวร์ที่นักพัฒนาใช้จริง บทเรียนที่ถอดได้สำหรับองค์กรทั่วไปคือ ถ้าจะให้ AI ทำงานในกระบวนการจริง ความเร็วและความเสถียรของพื้นฐานจะกลายเป็นข้อจำกัดก่อนเสมอ ไม่ใช่ความฉลาดของโมเดล

จุดยืนเรื่องโอเพนซอร์สที่น่าสนใจ
อีกสไลด์หนึ่งที่สะดุดตาคือประโยค Open source is a non-zero-sum game พร้อมคำอธิบายว่าการแบ่งปันโค้ดไม่ใช่การยกความได้เปรียบให้คนอื่น แต่เป็นวิธีที่ทำให้ทุกฝ่ายได้มากขึ้นพร้อมกัน และบนเวทียังแสดงการเชื่อมต่อเข้ากับคอมมูนิตี้โอเพนซอร์สหลัก ๆ ในวงการกว่า 90 แห่ง ตั้งแต่ PyTorch, vLLM, Triton ไปจนถึงเครื่องมือฝั่งเทรนและอินเฟอเรนซ์อีกจำนวนมาก
สำหรับองค์กรที่กำลังเลือกเทคโนโลยี นี่คือประเด็นที่ควรให้น้ำหนัก เพราะระบบที่ยืนอยู่บนมาตรฐานเปิดทำให้คุณเปลี่ยนชิ้นส่วนได้ในอนาคตโดยไม่ต้องรื้อทั้งระบบ ในขณะที่ระบบปิดมักให้ประสบการณ์ที่ลื่นกว่าในช่วงแรก แต่แลกมาด้วยต้นทุนการย้ายออกที่สูงมากในระยะยาว
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่มทำ Agentic AI ในองค์กรไทย
- ข้อมูลต้องพร้อมก่อนเสมอ — Agent ทำงานได้ดีเท่าที่ข้อมูลและ API ในองค์กรเอื้อให้ ถ้าข้อมูลยังกระจายอยู่หลายระบบและไม่มีมาตรฐานกลาง งานแรกคือการจัดบ้าน ไม่ใช่การเลือกเครื่องมือ
- สิทธิ์และการตรวจสอบต้องออกแบบตั้งแต่ต้น — เมื่อระบบลงมือทำแทนคนได้ คำถามว่าใครอนุมัติ ใครรับผิดชอบ และย้อนดูได้อย่างไร กลายเป็นเรื่องสำคัญกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะภายใต้ PDPA
- เริ่มจากขอบเขตเล็กที่วัดผลได้ — เลือกกระบวนการเดียวที่ทำซ้ำบ่อยและวัดผลง่าย แล้วตอบให้ได้ก่อนว่าถ้าสำเร็จตัวเลขอะไรจะเปลี่ยน จากนั้นค่อยขยาย
สรุป
ที่ Clicknext เราเชื่อว่าเทคโนโลยีไม่ได้พิสูจน์ตัวเองบนเวที แต่พิสูจน์ตัวเองในวันจันทร์เช้าที่คนหน้างานต้องใช้มันทำงานจริง การเดินทางไปงานอย่าง Huawei Connect 2026 จึงไม่ใช่การไปหาของใหม่มาขาย แต่เป็นการไปดูว่าทิศทางของอุตสาหกรรมกำลังเคลื่อนไปทางไหน และองค์กรที่ทำสำเร็จแล้วเขาเริ่มกันอย่างไร เพื่อกลับมาออกแบบและลงมือสร้างเส้นทางที่เหมาะกับบริบทของลูกค้าคนไทย ยุค Agentic กำลังมาถึงจริง แต่องค์กรที่ได้ประโยชน์จะเป็นองค์กรที่เตรียมข้อมูล กระบวนการ และคนของตัวเองไว้พร้อมก่อน

