Clicknext ร่วมงาน WORKTECH EXPO 2026 พร้อมนำเสนอ AI Solutions และแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรยุคใหม่

เมื่อเทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ องค์กรจำนวนมากไม่ได้มองหาเพียงเครื่องมือที่ทันสมัยเท่านั้น แต่ยังต้องการโซลูชันที่สามารถนำไปใช้งานจริง เชื่อมต่อกับระบบเดิม และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทีมงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
ดังนั้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา Clicknext ได้เข้าร่วมงาน Worktech Expo 2026 ณ BHIRAJ HALL 2–3 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เพื่อแนะนำแนวคิด AI-Driven Business Solutions พร้อมนำเสนอ AI Solutions และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานขององค์กรในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การตลาด การขาย การบริการลูกค้า ไปจนถึงการจัดการข้อมูลและกระบวนการภายในองค์กร
ตลอดทั้งงาน บูธ Clicknext หมายเลข F39 ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานทดลองใช้งานโซลูชัน พูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ให้เหมาะสมกับโจทย์ของแต่ละธุรกิจ
WORKTECH EXPO 2026 พื้นที่แห่งเทคโนโลยีเพื่อการทำงานยุคใหม่
WORKTECH EXPO 2026 คือ งานที่รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับการทำงานในโลกธุรกิจยุคใหม่ เปิดโอกาสให้ผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ ฝ่ายไอที ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า และผู้ที่สนใจด้านเทคโนโลยี ได้เข้ามาเรียนรู้แนวทางการพัฒนาองค์กรผ่านเครื่องมือและโซลูชันที่หลากหลาย
การเข้าร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ Clicknext จะได้นำเสนอภาพของ AI ที่ใกล้ตัวและใช้งานได้จริง เพราะสำหรับองค์กรแล้ว คุณค่าของ AI ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการสร้างคำตอบหรือเนื้อหาเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำ AI เข้าไปทำงานร่วมกับข้อมูล ระบบ และบุคลากร เพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็ว และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

เปลี่ยน AI จากเทคโนโลยีทดลองใข้งาน สู่การเป็นเครื่องมือที่สร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้จริง
แนวคิดหลักที่ Clicknext นำเสนอภายในงานคือ การเปลี่ยน AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานจริงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามลูกค้า การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การคัดแยกลูกค้า การสร้าง Workflow อัตโนมัติ หรือการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหลายระบบ
โดยองค์กร สามารถเริ่มต้นจากปัญหาที่ต้องการแก้ไขก่อน เช่น ทีมงานใช้เวลาตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ลูกค้าติดต่อเข้ามาหลายช่องทางแต่ข้อมูลไม่รวมอยู่ในที่เดียว ฝ่ายขายติดตาม Lead ไม่ต่อเนื่อง หรือเอกสารจำนวนมากยังต้องบันทึกข้อมูลด้วยคน จากนั้นจึงเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ แทนการนำ AI มาใช้เพียงเพราะเป็นกระแส ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนการลงทุนด้านเทคโนโลยีได้ชัดเจนขึ้น พร้อมกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ

5 โซลูชัน ที่ Clicknext นำเสนอในงาน WorkTech Expo 2026
1. Agentic AI และ AI Workflow Automation
หนึ่งในโซลูชันสำคัญที่ Clicknext นำเสนอคือ Agentic AI และ AI Workflow Automation ซึ่งช่วยให้ AI สามารถทำงานตามเป้าหมายที่กำหนด วิเคราะห์ข้อมูล และดำเนินการตามขั้นตอนของ Workflow ได้อย่างเป็นระบบ
ตัวอย่างเช่น เมื่อมีลูกค้ากรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ AI สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูล แบ่งกลุ่ม Lead ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ CRM มอบหมายให้ทีมขาย และเลือกช่องทางสำหรับติดตามลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบแจ้งเตือน ระบบบริการลูกค้า หรือแพลตฟอร์มการตลาด เพื่อให้กระบวนการทำงานต่อเนื่องมากขึ้นองค์กรจึงสามารถลดงานที่ต้องทำด้วยมือ พร้อมช่วยให้พนักงานมีเวลามุ่งเน้นงานที่ต้องอาศัยการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
2. AI Assistant และ AI Chatbot ยกระดับการเข้าถึงข้อมูล
สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมาก การค้นหาคำตอบจากเอกสาร คู่มือ หรือฐานความรู้ภายในอาจใช้เวลานาน AI Assistant สามารถเข้ามาช่วยค้นหา สรุป และตอบคำถามจากแหล่งข้อมูลที่องค์กรกำหนดไว้ ทำให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้สะดวกขึ้น
ขณะเดียวกัน AI Chatbot สามารถช่วยดูแลลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ตอบคำถามเบื้องต้น แนะนำสินค้าและบริการ เก็บข้อมูลความสนใจ รวมถึงส่งต่อบทสนทนาให้เจ้าหน้าที่เมื่อพบคำถามที่ซับซ้อน ดังนั้นเมื่อนำ AI Chatbot มาเชื่อมต่อกับข้อมูลลูกค้าและระบบหลังบ้าน บทสนทนาจะไม่จบลงเพียงการตอบคำถาม แต่สามารถต่อยอดไปสู่การขาย การให้บริการ และการติดตามผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. AI Voice Agent สร้างอีกทางเลือกในการสื่อสาร
แม้ผู้บริโภคจะคุ้นเคยกับการแชตมากขึ้น แต่การติดต่อผ่านเสียงยังคงมีความสำคัญสำหรับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะงานบริการ งานนัดหมาย งานติดตามสถานะ และงานที่ต้องให้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว
AI Voice Agent สามารถช่วยรับสาย ตอบคำถาม ให้ข้อมูลเบื้องต้น คัดกรองความต้องการ หรือบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดภาระของทีม Call Center และเพิ่มโอกาสในการให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหัวใจสำคัญของการนำ AI Voice มาใช้ไม่ใช่เพียงการทำให้ระบบพูดโต้ตอบได้ แต่ต้องออกแบบบทสนทนาให้เป็นธรรมชาติ เข้าใจบริบท และมีขั้นตอนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีตลอดการติดต่อ
4. AI Big Data และ AI OCR เปลี่ยนข้อมูลให้พร้อมใช้งาน
องค์กรจำนวนมากมีข้อมูลอยู่ในหลายรูปแบบ ทั้งฐานข้อมูล เอกสาร ใบสมัคร ใบเสร็จ รายงาน และไฟล์ที่ไม่ได้จัดโครงสร้าง การนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้งานจึงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญ ซึ่ง AI OCR และ Document Intelligence สามารถช่วยอ่านข้อความจากเอกสาร ดึงข้อมูลสำคัญ แยกประเภทเอกสาร และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบที่เกี่ยวข้อง ลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลซ้ำ และลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ
ส่วน AI Big Data ช่วยสนับสนุนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้องค์กรมองเห็นแนวโน้ม พฤติกรรมของลูกค้า และโอกาสทางธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น เมื่อมีข้อมูลที่พร้อมใช้งาน การตัดสินใจจึงสามารถอ้างอิงจากข้อเท็จจริงได้มากกว่าการคาดการณ์เพียงอย่างเดียว
5. แพลตฟอร์มที่เชื่อมการตลาด การขาย และบริการลูกค้า
นอกจาก AI Solutions แล้ว Clicknext ยังนำเสนอแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร ซึ่งสามารถนำไปใช้งานแยกตามความต้องการ หรือเชื่อมต่อกันเพื่อสร้าง Customer Journey ที่ต่อเนื่อง ประกอบด้วย
- MakeWebEasy ระบบสร้างและบริหารเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ
- Chatcone ระบบรวมแชตและบริหารการสื่อสารกับลูกค้าหลายช่องทาง
- CRMVolt ระบบ CRM สำหรับการขาย การตลาด และงานบริการลูกค้า
- Keptpoint ระบบสมาชิกและ Loyalty Program สำหรับสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
- SMSMKT แพลตฟอร์มสื่อสารและทำการตลาดผ่าน SMS
- EmailMKT ระบบ Email Marketing และ Marketing Automation
- E-TaxWise ระบบจัดการเอกสารภาษีอิเล็กทรอนิกส์
เมื่อระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกัน องค์กรสามารถดูแลลูกค้าได้ตั้งแต่การเข้าชมเว็บไซต์ การสอบถามข้อมูล การเก็บ Lead การติดตามโดยทีมขาย การปิดการขาย ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์หลังการซื้อ โดยมีข้อมูลเป็นศูนย์กลางของทุกขั้นตอน
มากกว่าการนำเสนอเทคโนโลยี คือการค้นหาโซลูชันที่เหมาะกับแต่ละองค์กร
บรรยากาศภายในบูธ Clicknext เต็มไปด้วยการพูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิด และการสาธิตโซลูชันให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นภาพการใช้งานจริง ทีมงานได้มีโอกาสรับฟังความต้องการจากธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งแต่ละองค์กรต่างมีโครงสร้าง ระบบ และความท้าทายที่แตกต่างกัน
บางองค์กรอาจต้องการเริ่มต้นจาก AI Chatbot เพื่อช่วยแบ่งเบางานของทีมบริการลูกค้า ขณะที่บางองค์กรต้องการเชื่อมต่อระบบ CRM กับ Marketing Automation หรือใช้ AI Workflow เพื่อจัดการกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน ดังนั้น การออกแบบโซลูชันจึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งเป้าหมายทางธุรกิจ ความพร้อมของข้อมูล ระบบเดิม และผู้ใช้งานภายในองค์กร

สรุป: ก้าวต่อไปขององค์กรในยุค AI-Driven Business
การนำ AI มาใช้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่ องค์กรสามารถเริ่มต้นจากหนึ่งปัญหาที่ชัดเจน ทดลองใช้งานในกระบวนการที่สามารถวัดผลได้ และค่อย ๆ ขยายไปยังส่วนอื่นเมื่อมีความพร้อม
Clicknext ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมบูธ F39 พูดคุยกับทีมงาน และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของ AI และเทคโนโลยีสำหรับองค์กรภายในงาน WORKTECH EXPO 2026
สำหรับองค์กรที่กำลังมองหาแนวทางนำ AI มาใช้ ลดขั้นตอนการทำงาน เชื่อมต่อข้อมูล หรือพัฒนาแพลตฟอร์มที่เหมาะกับธุรกิจ Clicknext พร้อมให้คำปรึกษา ตั้งแต่การวิเคราะห์โจทย์ ออกแบบโซลูชัน พัฒนาระบบ ไปจนถึงการนำไปใช้งานจริง เพื่อช่วยให้องค์กรก้าวสู่การเป็น AI-Driven Business ได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.clicknext.com
หรือติดต่อทีม Clicknext โทร. 02-483-0900


